Title : A/Z  [Aldnoah.zero] 

Pairing : ส้ม x ค้างคาว [ Inaho x Slaine]

Rate : NC-17

Writer : Koneko

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

03

ไม่เป็นไร, ผมจะปกป้องคุณเอง

 

                และวันเสาร์ที่รอคอยก็มาถึง อินาโฮะรีบปลุกค้างคาวสัตว์เลี้ยงแสนรักที่ถอยมาได้อาทิตย์ก่อนให้ลุกออกมาจากเตียง แต่เจ้าตัวกลับไม่สนใจแถมยังพลิกตัวหนีเขาดื้อๆ เจ้าตัวเลยต้องเปลี่ยนมาใช้วิธีขั้นรุนแรงโดยการหยิกแก้มขาวๆนั่นอย่างแรงก่อนจะออกแรงดึง


                “อะ..โอ้ย!! อินาโฮะซังผมเจ็บ เจ็บนะครับ!”  แล้วก็ได้ผล เมื่อกี้คนรีบเด้งตัวมาจับมือเขาให้เอาออก

                “ตื่นได้แล้ว วันนี้ผมจะพาไปข้างนอก”

                “ข้างนอก? ที่ไหนนะครับ?”


                คนผมสีเข้มมองหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัยนั้นก่อนจะยิ้มมุมปากแล้วบอกว่าเป็นความลับ ทิ้งให้ค้างคาวหนุ่มทำหน้าเหวอสักพักก่อนแปรเปลี่ยนเป็นสีหน้าหงุดหงิดแล้วตามมาด้วยหมอนใบโตลอยกระแทกลมเปล่าเพราะเจ้าของห้องได้เดินออกไปแล้ว

 

                   ยิ่งอยู่กันไปนานขึ้น นิสัยที่แท้จริงของสเลนก็ยิ่งออกมาให้เห็นมากขึ้น ทั้งๆที่ตอนมาอยู่ทีแรกไม่เคยโวยวายให้ได้ยินเลยแท้ๆ แต่เดี๋ยวนี้เวลาเขาแกล้งร่างบางนั่นทีไรจะต้องโดยสวนกลับมาเสียทุกครั้ง แต่อินาโฮะก็คิดว่านั่นแหละคือความน่ารักของอีกฝ่าย แต่เรื่องนิสัยชอบขอโทษทั้งที่ตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิด ทำยังไงก็คงแก้ไม่หาย มือเรียวนั่งสไลด์เครื่องมือของตัวเองอย่างที่เคย เนื้อหาในจอสี่เหลี่ยมเครื่องเล็กคือ ข้อมูลการวิจัยเรื่องมนุษย์ค้างคาว รายละเอียดต่างๆเขาพยายามรวบรวมเพื่อมาอ่าน ค้างคาวนั้นไม่ค่อยชอบแสงอาทิตย์แต่ใช่ว่าจะโดนไม่ได้ แต่ถ้าแดดแรงมากก็อาจจะทำให้เกิดอาการร่างกายขาดน้ำและเป็นลมได้

“อินาโฮะซัง เสร็จแล้วครับ”


              เส้นผมสีอ่อนที่สะบัดตามแรงที่เดิน เสื้อยืดสีขาวแขนยาวที่เป็นของเขากับกางเกงขายาวสีดำ แม้จะแต่งเพียงเท่านี้แต่อินาโฮะก็ยอมรับว่าอีกฝ่ายดูดีในชุดนั้นมาก


“ไปกินข้าวข้างนอกได้ไหมครับ”

“เอ๊? ได้ครับ”


               หลังจากที่พาค้างคาวมาย่านการค้าเพื่อหาอะไรรองท้อง วันนี้อินาโฮะตั้งใจพาอีกฝ่ายมาเที่ยวเล่นเพราะเจ้าตัวไม่ค่อยได้ออกมาข้างนอกเท่าไรส่วนหนึ่งก็เพราะเขาไม่มีเวลาด้วยเลยไม่ได้พาอีกฝ่ายมาข้างนอก ร้านเสื้อผ้าคือร้านต่อไปที่อินาโฮะพามา แม้สเลนจะมีท่าทางโอดครวญว่าไม่จำเป็นต้องซื้อเพราะว่าเกรงใจเขา แต่เขากลับมัดมือชกโดยการเลือกชุดแล้วส่งในอีกคนไปลองชุด หลังจากนั้นเสื้อผ้าใหม่ของสเลนก็มีเพิ่มมาอีกสามถึงสี่ชุด


“ไม่จำเป็นต้องซื้อให้แท้ๆครับ”

“ผมอยากซื้อให้เองไม่เป็นไรครับ”


               เสียงถอนหายใจเรียกให้รอยยิ้มมุมปากที่เดี๋ยวนี้หาได้ง่ายยามเมื่ออยู่กับสเลน อินาโฮะขับรถพาเจ้าตัวมาที่ที่หนึ่ง หลังจากที่เดินในย่านการค้าเพื่อซื้อของ

“ที่นี่มัน..”


                เส้นทางที่คุ้นเคยแม้สเลนจะเอะใจแต่ก็ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะพามาที่นี้จริงๆ บ้านหลังเล็กๆที่ภายนอกยังคงสภาพเดิมไม่เปลี่ยนแปลง แต่ใครจะรู้ว่าด้านในกลับเต็มไปด้วยความทรงจำที่โหดร้ายและกลิ่นเลือดตลบอบอวล ดวงตาสีมรกตสั่นระริกราวกลับจะร้องไห้เมื่อนึกถึงเรื่องเมื่อตอนที่นักฆ่าเข้ามากวาดล้างครอบครัวเขา ใช่มันคือการกวาดล้าง..ไม่มีการสนใจว่าอีกฝ่ายจะเป็นยังไง ไม่มีการฟังเสียงอ้อนวอนขอเมตตา ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิดแท้ๆ..


                อินาโฮะลอบมองอีกคนที่ยังคงเหม่อลอยทำใบหน้าราวกลับจะร้องไห้อย่างเงียบๆ ดูท่าคงเป็นความทรงจำที่โหดร้ายพอสมควร


                “จะเข้าไปไหมครับ”

                “อะ..เอ๊ะ?”

                “ผมจะอยู่เป็นเพื่อนคุณเอง ไม่ต้องกังวลไปหรอกครับ” ดวงตาสีมรกตพลันเบิกกว้างก่อนจะค่อยๆสงบแปรเปลี่ยนให้หน้านั้นมีรอยยิ้ม

                “ขอบคุณมากนะครับ อินาโฮะซัง”


                ภายในบ้านยังคงเป็นเหมือนเดิม แม้ข้าวของจะมีบ้างที่แตกกระจายแต่คราบเลือดทั้งหมดกลับถูกเช็ดทำความสะอาดไปหมดแล้ว ถึงแม้จะยังคงได้กลิ่นอับๆอยู่บ้าง สเลนมองภาพบ้านของตัวเองที่เคยมีพ่อกับแม่ยิ้มมีความสุขให้กัน แต่ตอนนี้มันเป็นอดีตไปแล้ว


                --- เหลือเขาแค่คนเดียว..


                “จะเอาอะไรกลับไปไหมครับ”

                เสียงทุ้มเรียกสติให้ค้างคาวหันมาสนใจกับปัจจุบัน ดวงตาเบือหันไปสบกับสีทับทิมที่ตัดกัน


                “คิดว่าไม่มากหรอกครับ” สเลนตอบพลางกวาดตามองห้องรับรองแขกเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเดินขึ้นชั้นสองไป อินาโฮะคิดว่าไม่ควรเท่าไรจึงได้รอที่ข้างล่าง พลันความรู้สึกก็จับอะไรบางอย่างได้จึงรีบก้าวขึ้นไปข้างบนตามคนผมสีอ่อน


                “สเลน”

                “อ๊ะ!”

                มือเรียวที่กำลังเลือกของใส่กระเป๋าเป้สีดำชะงักก่อนอีกคนจะหันหน้าแดงๆมาหาตนอย่างตื่นๆ สาเหตุก็มาจากชื่อที่อีกฝ่ายไม่เคยเรียกนั่นแหละ


                “รีบหน่อยได้ไหมครับ ผมรู้สึกไม่ดี”

                “อินาโฮะซังไม่สบายเหรอครับ”

                “ไม่ครับ ผมรู้สึกว่ามีคนอยู่ในบ้านคุณ”


                สเลนสะดุ้งกับความคิดอีกครั้งก่อนจะกวาดตามองอย่างหวาดๆ ก่อนจะรีบเก็บของลงในกระเป๋าแล้วสะพายเข้ากับไหล่เดินเข้ามาหาอินาโฮะอย่างรวดเร็ว


                “ล้อเล่นแบบนี้ไม่ดีนะครับ”

                “หน้าผมเหมือนกำลังแกล้งคุณเหรอ”

                “คุณก็มีอยู่หน้าเดียวนั่นแหละครับ!” เสียงหวานขึ้นเสียงเล็กน้อยก่อนจะเอื้อมมือไปดึงชายเสื้อของอีกคนไว้ อินาโฮะรับรู้ถึงแรงสั่นเล็กน้อย

                “กลับบ้านกันเถอะครับ”

 

                บรรยากาศรอบด้านเปลี่ยนแปลงไป เรียกได้ว่าใช้ความรู้สึกจับเอาจะดีกว่า อินาโฮะกวาดตามองสภาพห้องรับรองในตอนแรกที่เข้ามา เขารับรู้ว่ามีอะไรที่แปลกไปจากเดิม มือหนาพลันจับข้อมือของอีกคนก่อนจะรีบพาวิ่งหลบโดยใช้เคาท์เตอร์ทำอาหารหลบกระสุนปืนที่พุ่งเข้ามาอย่างเฉียดฉิว


                “อะ..อะไรนะ..” เสียงหวานเอ่ยอย่างตกใจระคนความกลัว

                “น่าจะเป็นนักฆ่าที่ตามคุณอยู่” พลันร่างกายก็ชาวายจากคำพูดที่ได้ยิน คนผมสีอ่อนกอดตัวเองด้วยความกลัวไหล่เล็กสั่นอย่างปิดไม่มิด ดวงตาสั่นระริกน้ำตาคลอเบ้า

                “มะ..ไม่เอาแล้ว.. น่ากลัว”


                ดูท่าคนข้างๆจะกลัวจนไม่ได้สติไปแล้ว สองมือยกขึ้นปิดหูราวกับกั้นตัวเองออกจากโลก เสียงปืนยังคงดังอยู่ต่อเนื่อง ยิงเป็นตัวกระตุ้นให้สเลนเสียสติไปมากกว่าเดิม


                “สเลน” มืออุ่นกุมมืออีกคนแน่น

                “ผมจะปกป้องคุณเอง เพราะงั้น..ไม่เป็นไรหรอกครับ”

                “อิ.. นาโฮะซัง” สเลนมองคนข้างๆอย่างอึ้งๆ คนข้างพูดแบบนี้ก็เป็นด้วย แต่ว่า.. เพราะมีคนข้างๆจึงไม่จำเป็นต้องกลัว

                “ผมจะล่อมันไว้ให้ ถ้าผมให้สัญญาณให้คุณบินหนีออกไปที่หนาต่างตรงนั้นนะ” อินาโฮะชี้ที่หน้าต่างมุมห้อง เขาเองก็เป็นกังวลเพราะเขาเองก็ไม่แน่ใจว่าจะสามารถถ่วงเวลาให้คนข้างๆหนีออกไปได้ทันเวลาไหม

                “เอ๊! จะให้ผมทิ้งอินาโฮะซัง ไม่เอาละครับ! “ ว่าแล้วว่าต้องโวยวาย

                “คุณอยู่ก็เกะกะ” ดวงตาสีทับทิมพลางหันออกไปมองอย่างระวัง เขาเห็นเจ้านักฆ่าคนนั้นแล้ว เสื้อเกราะสีดำทั้งชุดพร้อมกันปืนขนาดเล็กที่ถืออยู่ที่มือพร้อมลั่นไกได้ทุกเมื่อเมื่อเห็นอะไรโผล่ออกมา อินาโฮะมองอย่างใช่ความคิด

                “อะ..อินาโฮะซัง”

                “ถ้าผมสั่งให้ไปคือไป อย่าชักช้า คุณเข้าใจที่ผมบอกใช่ไหม”

                “ตะ..แต่ว่า”

                “ไม่มีแต่ เอาละ”


                อินาโฮะหันไปหยิบกระป๋องน้ำอัดลมที่ล้มกลิ้งออกสองสามกระป๋อง มือข้างหนึ่งถือไว้ก่อนจะโยนขึ้นไปด้านบน เสียงปืนดัง ปังพร้อมกับกระป๋องน้ำอัดลมที่กระเด็น แต่อินาโฮะไวกว่าเมื่อทันทีที่เห็นอีกคนกำลังลั่นไกปืนเขาก็รีบพุงตัวออกไป เมื่อข้างหนึ่งหยิบกระป๋องอัดลมอีกกระป๋องก่อนจะปาอัดหน้าใส่แขกไม่ได้รับเชิญฝนระยะประชิด นักฆ่าชะงักเสียหลักเล็กน้อยก่อนจะเอียงหลบ เมื่อเห็นแบบนั้นอินาโฮะขึ้นรีบกระโดดไปด้านหลังก่อนจะเตรีมฟาดสันมือใส่ท้ายทอยอีกคน


                แต่นักฆ่าปริศนากลับไวกว่ารีบคว้ามือ แต่อินาโฮะก็สะบัดหลุดมาได้ก่อน เขาถอยมาตั้งหลักเล็กน้อยก่อนจะมองสภาพห้องตอนนี้ที่ค่อนข้างเละ กระป๋องน้ำอัดลมอันสุดท้ายถูกเขย่าจนรับรู้ถึงแรงอัดแก๊สด้านใน เขาพุ่งตัวเข้าไปหาเงาทะมึนนั้นอีกครั้งก่อนจะปากระป๋องน้ำอัดลมออกไป และมันก็เป็นอย่างทิ่อินาโฮะคิดอีกคนยังคงยิงได้อย่างแม่นยำ แต่คราวนี้กระป๋องกลับระเบิดออกเพราะแรงอัดของแก๊ส เขาจึงได้โอกาสก็รีบเข้าประชิดตัวอีกคนก่อนจะใช้ขากวาดแตะแขนทำให้ปืนในมือหลุดลงก่อนจะหยิบแล้วใช้จ่อหัวอีกคนในชั่วพริบตา


                “ปล่อยพวกเราไป” เสียงสั้นๆได้เอ่ยออกไป